Donpheebin : ดอนผีบิน

  Thai  |  English   Donpheebin facebook
สมัครสมาชิก : ลืมรหัส
user     pw   
เนื้อเพลง ดอนผีบิน 36 เพลง (ยังไม่ได้เรียงตามลำดับอัลบัม, ยังไม่ได้ตรวจความถูกต้อง)
สังคม บัญชาการ
ซาตาน ซาตาน มันย่างกาย มันย่างกาย สู่สังคมเมือง มันย่างกาย แอบแฝงกาย ในคราบผู้ดี จงระวังตัวไว้ให้ดี มันจะมาเพื่อ ฆ่า ซาตาน ซาตาน โอ ความรุ่งเรื่องแห่งเมืองมายา รุ่งเรืองกิเลสตัณหา ชีวิตไร้สิ้นวิญญา ศีลธรรมก่อนเคยศรัทธา ต้องพ่ายแพ้ไฟปรารถนา ย้ำเตือนผู้คนทั่วหน้า มันถึงเวลาที่ข้าจะมาเยือน ซาตาน ซาตาน สังคมบัญชาการ ซาตาน กำเหนิด ซาตาน ซาตาน สังคมบัญชาการ ซาตาน กำเหนิด เหตุการณ์ สับสน อลหม่าน สังคมบงการ โกงกิน โกงกัน ฆ่าฟันข่มขืน ฝ่าฝืนกฎหมาย กฎเกณท์กำเหนิด ก่อเกิดขึ้นมามากมาย สงครามน้ำลาย กัดกันวอดวาย โอความรุ่งเรื่องมากเรื่องเลวร้าย ซาตานย่างกราย สู่สังคมเมือง ซาตาน สังคมบัญชาการ ซาตานกำเหนิด ซาตาน ซาตาน ถึงเวลา ซาตานกำเหนิด ก่อเกิดในสังคมเมือง สังคมแห่งความรุ่งเรื่อง สังคมแห่งความฉิบหาย สังคมแห่งความวุ่นวาย ก่อเกิดเรื่องราวเลวร้าย ซาตานย่างกาย สู่สังคมเมือง ซาตานสังคมบัญชาการ ซาตาน ย่างกายสู่สังคมเมือง สังคมบัญชาการ ซาตานกำเหนิด ซาตาน ซาตาน สังคมบัญชาการ ซาตานกำเหนิด ซาตาน
เลือนลาง รำไร
เตรียมตัว เตรียมใจกันไว้ให้ดี โอบกอดดวงใจกันไว้ให้ดี ิผิดชอบชั่วดีวันนี้สับสนปนเป ร่วมโลก ร่วมวิญญา หลากหลาย ภูมิปัญญา นานาทัศนะ นานาทัศนะ เตรียมตัวเตรียมใจ เจ้าไว้ให้ดี โอบกอดดวงใจไว้ให้ดี กุลียุค ก้าวย่างมาเยือน ย้ำเตือนชีวี กุลียุคก้าวย่างมาเยือนย้ำเตือนชีวี คาราวานวิญญาจะถูกสังหารห่ำหัน เชือดเฉือน ฉีดกระชากเลือดกระโชก กลาดเกลื่อน สั่นสะเทือนไปทุกหย่อมหญ้า มามันมา มันกำลังจะมา ผุดโผล่ขึ้นเต็มฟากฟ้า สั่นสะเทือนไปทุกย่อมหญ้า หยากไย่ โยกใย ครอบครุม ชั้นบรรยา อาณา วิญญา ถูกยึดครอบครอง ทางรอด ชะตากรรม ความเป็นไป เลือนลาง ร่ำไร เลือนลาง ร่ำไร เลือนลางร่ำไร โอบกอดดวงใจ กันไว้ให้ดี เตรียมตัวเตรียมใจกันไว้ให้ดี
วิมานนรก
โอ...ท่ามกลางความรุ่งเรืองเมืองแสงสีลีลา ไม่มีความปราณี มีความเห็นแก่ตัว ไม่มีความปราณี มีแก่งแย่งชิงดี โอ...กิเลสตัณหา โอ...โลกิยา ดิ้นรน ไขว้คว้ากระเสือกกระสน ตอบสนองมันเข้าไปไฟปรารถนา มันรุ่มร้อน ลุกโชน อยู่ในวิญญา ต่างคนหลงลืม ศีลธรรม จรรยา ทำใหได้มา ทำทุกวิถีทาง ต่างคนสับสนวิญญา พากันไปสู่วิมานนรก ทำให้ได้มา ทำทุกวิถีทาง ทำลายล้าง เพื่อครอบงำ ทำให้ได้มา ฆ่า เพื่อครอบครอง โอ..กิเลสตัญหา โลกิยา โอ กิเลสตัญหา โลกิยา โอ กิเลสตัญหา โลกิยา โอ กิเลสตัญหา ....
วิถีทาง
อีกสองตะวันผ่านฟ้า วิถีแห่งคืนเวียน เปลี่ยนฝัน สรรพสิ่ง ภายใต้ แห่งนิรันดร์ ต้องพบพาน กฎแห่งกรรม กฎแห่งกาล ต่างพบพาน ทุกข์ดับทุกข์ว่ายวน ทุขทรมาน โอ..สายลมแห่งกาลเวลา พาความเหน็บหนาวสู่หมู่เหล่า ดวงวิญญา พัดพาสู่สนทยา สู่ราตรีรัติกาล แห่งความมืดมน รัติฟ้านี้ ไม่มีความสดใสในดาวใด รัติกาลนี้หนาวหนัก รัติกาลพรุ่งจะประจักษ์ หนักยิ่งกว่า รัติกาลพรุ่ง สุดเวิ้งว้าง แต่อีกสองรุ่งสางเราจะพบคืนว้าง ที่ว้างกว่า สายลมแห่งกาลเวลา จะพัดพามาจับใจ สายลมแห่งกาลเวลา จะนำพาเ อาบางสิ่ง มันคือความเป็นจริงที่จริงกว่า มันคือความเป็นจริงที่ยิ่งกว่ามันคือความเป็นจริงที่จริงกว่า มันคือความเป็นจริงที่ยิ่งกว่า อีกสอง รุ่งพรุ่งสาง มันจะมา อีกสองตะวันพันฟ้า ใครจะมาจะเป็น จะได้เห็นกัน
กำหนดการ
ย่ำค่ำ ย่ำสนทยา คนทั่วหล้าจะมาพบกันย่ำค่ำ ย่ำสนทยา คยทั่วหล้าจะอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน แสงเรืองรองเริ่มลาจากฟ้าย่ำเตือน ผู้คนทั่วหน้า ใกล้สิ้นสุดวันเวลาแสงแห่งพลังใกล้สิ้นร่อนหล้าถึงเวลา ปวงประชา ทั่วหน้าจะมาพบกัน สิ้นสุดวัน สิ้นสุดวัน สิ้นสุดแรง สิ้นสุดกัน ย่ำค่ำย่ำสนทยา ต่างคนต่างเดินทางมา ชาวประชาต่างทิ้งไร่สวนนาหมู่เหล่าพ่อค้า ต่างปิดกิจการ ถึงเวลาจำใจต้องจากจร จากไกล จากไป ไปสู่ความจริง ละทิ้งสิ่งที่เคยช่วงชิง มุ่งสู่จุดหมาย ปลายทางเดียวกัน สิ้นสุดวัน สิ้นสุดแรง สิ้นสุดแรง สิ้นสุดกัน สิ้นสุดวัน สิ้นสุดแสง สิ้นสุดแรง สิ้นสุดกัน ย่ำค่ำ ตรงขอบฟ้ากว้าง แสงเรืองรอง เลือนลาง จากหายลับตา มองไปตรง ตรงไปที่ ปรายฟ้า มันคือแดนดินไร้กาลเวลา สีสันงามงด ปรากฎกายาเปล่งแสงสดใสอยู่ตรงที่ปลายฟ้า รอรับผู้คน ชั่วดีมีจน ต่างคน ต่างเดินทางมาและอีกในไม่ช้า ทุกชีวิต ทุกดวงวิญญา จะได้สัมผัส พร้อมหน้ากัน เดินทางไป เดินสู่ดาวดวงใหม่ สู่ดวงดาว พราวแสง แห่งนิรันดร
ทางเดินเดิม
เกิดอะไร เกิดอะไร ขึ้นสองข้างทาง เกิดอะไร เกิดอะไร บนทางเดินเดิม วันเวลานาที มันไม่มีเว้นว่าง ท่ามกลางสายลม ล่มสลายโบกโบย ความกลัว เริ่มเกาะกุม กำชีวีสรรพสิ่งถูกบดขยี้ แหลกสลายมลายลง ตรงทางเดินเดิม มันเกิดอะไร ขึ้นที่สองข้างทาง ระเน ระนาด ระเน ระนาด ซากกี่ซาก หลากหลาย บนทางเดินเดิมยังเหมือนเดิม บนทางเดินเดิม ใครต่อใครต่างเดินไป มันเกิดอะไรที่สองข้างทาง ซากเกลื่อนกลาด อะเน็จ อนาด ระเน ระนาด ท่ามกลางสายลม ล่มสลายโบกโบยโชยมา แมกไม้มายา ส่งกลิ่นหอมฟุ้งฟ้าร่ายมนต์เสน่หา หวานโปรย เหล่าบรรดา สัตว์ สัตว์ สุดแสนประเสริฐเลิศล้ำใหญ่ดับฟ้า ค่อยๆเคลื่อนคืบคลาน หลงเข้ามาดั่งแมงเม่า เสน่หา ลีลาไฟ บ้างถูกปลิดชีพ ปิดฉากสังเวยดวงวิญญาณ บ้างถูกสังหาร พิฆาต ฆ่า ฆ่า ฆ่า ดูต่อไป มันยังมีต่อไป เกิดอะไร เกิดอะไร ตรงสองข้างทางซาก ระเน ระนาด ร่างลง ตรงสองข้างทาง เกิดอะไร เกิดอะไร ขึ้นสองข้างทาง เกิดอะไร เกิดอะไรบนทางเดินเดิม เกิดอะไร เกิดอะไร ขึ้นสองข้างทาง เกิดอะไร เกิดอะไรบนทางเดินเดิม
สุดแท้ทางเดิน
สรรพสิ่งเคลื่อนไหว เคลื่อนไปไม่เคยรอรี วัฎจักรโคจร ขึ้นลงเปลี่ยนผัน ข้ามวันมีอันเปลี่ยนแปลง ก่อกำเหนิดเกิดมา ต่างคนต่างเดิน ต่างคนต่างเหิน ลัดฟ้าลัดรุ้งมุ่งสู่ที่หมาย ใครจะทำความดี ใครจะมีความเลว ใครจะมีกลลวง ใครจะมีลีลา ดีเลวทรามต่ำช้าการกระทำนำพาสู่สวรรค์ ชั้นฟ้าหรือลงโลกา เลือกเอง เลือกเอง ใครจะทำความ ใครจะทำความเลว ใครจะมีกลลวง ใครจะมีลีลา ต่างคน ต่างเดิน ต่างคน ต่างเหิน สุดแท้ทางเดิน สุดแท้ทางเดิน สุดแท้ทางเดิน ใครจะทำความดี ใครจะมีความเลว ต่างคน ต่างเดิน ต่างคน ต่างเหิน สุดแท้ทางเดิน สุดแท้ทางเดิน สุดแท้ทางเดิน โอ สิ่งใดใครทำชั่ว...ช้า เลวทราม ตามสันดานมี โอ สิ่งใดใครทำ ดีเลว ระยำ รับกรรมไปเถิด เดิน(เดิน เดิน เดิน) ไป(ไป ไป ไป) เดิน(เดิน เดิน เดิน) ไป(ไป ไป ไป) ตามทาง สุดแท้ทางเดิน สุดแท้ทางเดิน สุดแท้ทางเดิน สุดแท้ทางเดิน สุดแท้ทางเดิน สุดแท้ทางเดิน สุดแท้ทางเดิน สุดแท้ทางเดิน ใครจะทำความดีใครจะมีความเลว ต่างคนต่างเดิน ต่างคนต่างเหิน สุดแท้ทางเดิน สุดแท้ทางเดิน สุดแท้ทางเดิน มันคือสิ่งที่จริงแท้แน่นอนใจ เป็นไปตามทาง เดินตามทางไป ไม่มีชะตากรรม ไม่มีชะตากรรม มีเพียงการกระทำ ชะตากรรมไม่มี ไม่มีชะตากรรม ไม่มีชะตากรรม ใครจะทำความดี ใครจะมีความเลว ต่างคน ต่างเดิน ต่างคน ต่างเหิน สุดแท้ทางเดิน สุดแท้ทางเดิน สุดแท้ทางเดิน สุดแท้ทางเดิน สุดแท้ทางเดิน สุดแท้ทางเดิน
อุบาทว์-อุบัติ
อุบาย-อุบาทว์-อุบัติ โชคยังดี ในวันนี้ ยังมีชีวิตยืนยาว โชคยังดีในวันนี้ยังมีพื้นที่หายใจ ไม่แน่ไม่นอน ไม่เนินไม่นาน ต่อไปไม่แน่นอน ไม่เนิ่นนานตราบใดคนยังวกวน สบสนวุ่นวาย วอดวาย ย่างกรายก่อนกาลอันตราย ก้าวหน้าก้าวใหม่ ก้าวไกลแสนไกล ชัยชนะ อันยับเยิน อันตราย ความตายย่างกรายก่อนกาลไม่แน่นอน ไม่เนินนาน ต่อไป ไม่แน่นอน ไม่เนินนาน โชติช่วงเคียงคู่วอดวาย อันตราย โชติช่วง เคียงคู่วอดวาย ความตาย ย่างกรายก่อนกาลไม่แน่นอนไม่เนิ่นนาน ต่อไปไม่แน่นอน ไม่เนิ่นนาน โชติช่วงเคียงคู่วอดวาย อันตรายเรื่องราวรุนแรง ส่งกลิ่นโปรยปราย ขจรขจายทั่วปฐพีไม่มีวี่แววจะดีมีแต่จะเลว ทุกหัวละแหงมีแต่แข่งกัน แข่งกันแก่งแย่งชิงดี คนกินคน คนกินดิน กินหินกินทรายขุนเขาถล่มทลายกระเจิงกระจุยกระจายฉกาจฉกรรจ์ บาดแผลผิวพรรณโลกา ใครมันเข็นฆ่าใครมันย่ำยี ฟาดฟัน ทำมันทำไม ทำมันทำไม ทำมันทำไม อันตรายความตาย ย่างกรายก่อนกาล ไม่แน่นอนไ่ ม่เนิ่นนาน ความตายย่างกายก่อนกาล อันตราย อุบาย อุบาทว์ อุบัติ
เมืองมรณา
ฟังเสียงโห่ร้องประกาศก้องไปทั่วแดนฟ้าผู้คนต่างบอกโลกาว่าอันตัวข้าปัญญา มีภูมิใจในการกระทำผลงานเรียงรายเลิศล้ำนี้คือสิ่งบงบอกตอกย้ำมันสมอง ผู้นำหัวปัญญาชน สร้างเมืองมายา อุตสา-หัสกรรม รุ่งเรืองเลิศล้ำมี ปัญญาดี เราจะมีเมืองใหม่ แสงสีวิไลศ์ ซื้อน้ำซื้อไฟ โครงการต่อไป ซื้อลมหายใจ ชัยโย ชัยโย ชัยโย ชัยโย ชัยโย ภูมิใจในปัญญามี ภูมิใจในปัญญาดี ภูมิใจในปัญญาดี ภูมิใจในปัญญาดี ภูมิใจในการกระทำ ภูมิใจอุตสาหกรรม อุตสาหัสกรรม อุตสาหัสกรรม อุตสาหัสกรรม อุตสาหัสกรรม ผลงานเลิศล้ำ สิ่งใดใครทำ รับผลตอบแทน ไม่เร็วก็ช้า ไม่ช้าก็เร็ว ไม่เร็วก็ช้า ไม่ช้าก็เร็ว ทำทำทำทำ ลุกล้ำเมืองเทวดา ทำลายผืนดินผืนป่าขับไล่เมฆา ผืนฟ้าสายลม ไปไปไปไป เราจะมีเมืองใหม่แสงสีวิไลศ์ ซื้อน้ำซื้อไฟ โครงการต่อไปซื้อลมหายใจ ชัยโย ชัยโย ชัยโย ชัยโย ชัยโย โครงการเมืองใหม่แสงสีวิไลศ์ ภูมิใจในปัญญามี ภูมิใจในปัญญาดี โครงการเมืองใหม่แสงสีวิไลศ์ ภูมิใจในปัญญามี ภูมิใจในปัญญาดี ผลงานเลิศล้ำ สิ่งใดใครทำ รับผลตอบแทน ไม่เร็วก็ช้า ไม่ช้าก็เร็ว ไม่เร็วก็ช้าเมืองมรณา ไม่เร็วก็ช้า ไม่ช้าก็เร็ว ไม่เร็วก็ช้าเมืองมรณา ไม่เร็วก็ช้า ไม่ช้าก็เร็ว ไม่เร็วก็ช้าเมืองมรณา ตาย ตาย ตาย ตาย ตาย ตาย ไม่เร็วก็ช้า เมืองมรณา ตาย ตาย ตาย ตาย ไม่เร็วก็ช้า เมืองมรณา ตาย ตาย ตาย ตาย ไม่เร็วก็ช้า เมืองมรณา ตาย ตาย ตาย ตาย
ดีใจหาย
มีสูงมีต่ำมีดำมีขาวมีรื่องราวมีเหตุการณ์ เจริญ จังไร เจริญ บรรลัย ระวัง ระวัง เจริญจัญไร เจริญบรรลัย เคียงคู่กับความเป็นไปเหตุการ์ณมากมายบังเกิดก่อเกิดมีอาการเกินเกินความคาดฝัน นับวันก็ยิ่งจะรุนแรง ก้าวหน้าก้าวล้ำกำลังดำเนินเกินความคาดหมาย ภูมิใจในความยิ่งใหญ่ ผลงานเลื่องลือกระบือเกรียงไกร ีดี ดีใจหาย เหตุการ์ณ มากมายบังเกิดก่อเกิดมีอาการเกินเจริญ จังไร ระวัง เจริญบรรลัย เคียงคู่กับความเป็นไปเจริญ บรรลัย ดินน้ำลมไฟใกล้สิ้นดับสูญ ใกล้สิ้นซาก ใกล้เวลา ใกล้ถึงวัน วันลาจาก วันพลัดพราก เจริญย่างกราย ผืนดินสลาย เจริญย่างกราย สายน้ำเลือนหาย เจริญย่างกรายทำลายสมดุล
ทบทวนทาง
ซากเหลือแต่ซาก ซากมันเหลือแต่ซาก ซากมันเหลือแต่ซาก ย้อนยุค ย้อนอดีต ย้อนชีวิต ไม่ซับซ้อน ซ่อนเงื่อน ซ่อนปม ปริศนาให้ยุ่งยาก ยุ่งเหยิง รบกวนจิต รบกวนใจ วันเวลา เริ่มเปลี่ยนแปลง แปลเปลี่ยนไป ความงามงด ความสดใสเคยมีให้ มีอาทร อันตธาน เสียงคำราม เริ่มกึกก้อง ดังกังวาล ผ่านสะพาน แห่งดวงจิต กัดกินใจ ลัดเลาะ ลุกล่ำ ล่ำเข้าไป สู่แดนดินแห่งดวงวิญญา ซากเหลือแต่ซาก ซาก มันเหลือแต่ซาก ซาก มันเหลือแต่ซาก เสียงคำราม เริ่มกึกก้องดังกังวาล ผ่านสะพาน แห่งดวงจิต กัดกินใจ ลัดเลาะลุกล้ำ ล้ำเข้าไปสู่แดนดินแห่งดวงวิญญา ซากมันเหลือแต่ซาก ซาก มันเหลือแต่ซาก ซาก มันเหลือแต่ซาก
ความตายที่คุ้นเคย
สรรพสิ่งจะเริ่มเดียวดายอ้างว้าง ทุกก้าวย่าง ก้าวใกล้ ความบรรลัย จิตใจ นับวันจะเริ่มเลวร้าย หยาบกระด้างสีสันจะค่อยๆเลือนลาง จางหายและแล้วมันเริ่มปรากฎกายความบอุ่นได้ กลายเป็นไอ ลอยหายไป จากใจตั้งแต่เมื่อวาน ชีวิตและดวงวิญญาณ จะเริ่มเจ็บปวดร้าว รานกับการกระทำ ทำร้ายกัน ทำลายกัน ฟาดฟันซึ่งหน้า ซึ่งกัน ซึ่งใจ ถึงใจ มุ่งก่อการ ก่อกรรมทำเข็ญ จนใจกลาย ความมืดมน มันเริ่มบดบัง การเบียดเบียนก่อเกิด อิสระ อิสระภาพ สวัสดิภาพ อันดรธาน ตาย ตายก่อนกาล ตาย ตายไม่เป็นทางกาล
ทางท้าทาย
บนแดนดินแห่งความเปลี่ยวร้างทุกๆอย่างยังคงดำเนินกำเนิดเกิดการเปลี่ยนผันเคียงคู่วันและคืน เดินทางไป ก้าวกันไป สุดแท้แต่ใจเจ้าปรารถนา บนแดนดิ้นแห่งความเวิ้งว้างทุกชีวิต่างยังคงเผชิญ พบพานเรื่องราวบนทางเดินมิอาจฝืน วันคืน คืนวันอันร้อนรน คือความหมาย หมายความ ความหมายคน มันทุกข์ทรมานเหลือเกิน ทางท้าท้ายคือความหมายความเป็นคน ทางทุกข์ทน เกิดเป็นคน จำใจเดิน เดินทางไป ก้าวกันไป เดินทางไป ก้าวกันไป สุดแท้แต่ใจเจ้าปรารถนา เดินทางไป ก้าวกันไป เดินทางใด สร้างใจให้เป็นหนึ่ง สักวันถึงทางท้าทาย สู่จุดหมาย หมายความ ความหมายคน สุดทาง ทางท้าทาย สู่จุดหมาย หมายความคน สุดทางทางท้าทาย สู่จุดหมาย ต่างดับสลาย วันสุดท้าย สู่ดินแดนเดิม
สู้จนสิ้นใจ
เมื่อยามมีชีวา ต่างไขว่คว้า ช่วงชิง เมื่อถึงกาลเวลา สังขาราสิ้นลง เมื่อยามมีชีวา ต่างไขว้ครอบครองสุดท้าย วอดวาย ต่างสู่จุดหมายเดียวกันเมื่อยามมีชีวา ต่างไขว้คว้า ช่วงชิง เมื่อถึงกาลเวลา สังขาราสิ้นลง เมื่อยามมีชีวา ต่างไขว่คว้าครอบครองสุดท้ายวอดวาย ต่างสู่จุดหมายเดียวกัน โอ เรื่องราว เรื่องคน บนเส้นทางชีวิต หมุนเวียน หมุนวน มีปัญหา มากลัน หนัมันไม่พ้น จำต้องสู้จนสิ้นใจ สู้ สู้จนสิ้นใจ สู้หาพ่ายแพ้ ปราชัยวันใด ลุกขึ้นใหม่ ลุกขึ้นมา หากวันใดใจอ่อนหล้า พยา พยา พยาม
คนโซเซ
คนโซเซ คนโซเซ คนโซเซ คนโซเซ คนโซเซ คนโซเซ ย่ำเดินเหินไปที่ใด คนโซเซ คนโซเซ ย่ำเดินเหินไปจุดหมายอันใด คนโซเซ จะกิน จะนอนไม่เคยเดือดร้อน ชีวิต ยับเยิน ยอกเยิน ยอกย้อน วกวน สับสน ปนเป สังคมทราม ใจคนเปร่อนเร่ แรมรอน สังคมเส็งเคร็ง รุมล้อมวิญญา สังขารดิ้นรนบนสังคมเส็งเคร็ง คนโซเซ คนโซเซ โซเซเพียงกาย คนโซเซ ใจไม่เคยโลเล คนโซเซ คนโซเซ โซเซเพียงกาย ความชั่วร้ายพ่ายแพ้ ยอมจำนน สู้กันไป ทนต่อไป ใจไม่สิ้น ดิ้นกันไป ฝ่าฟันกับปัญหา ด้วยสองแขน สองขา ปัญญามีคุณยังมี มีสองแขน สองขา สองตา ปัญญามี
ก่อนกาล-ก่อนกลไก
มากำลังเคลื่อนกายมา เข้ามานำวิญญากำลังเคลื่อนกายมาเข้ามานำวิญญา มาเข้ามาเพื่อ แทรกแซงเปลี่ยนแปลงความเป็นไป เข้ามาเพื่อที่มาแทงทุกดวงใจ ง่ายงามตามวิถี ธรรมาสรรพสิ่งชีวาเกิด...มาเนิ่นนาน นานเนิ่นนานก่อนกาลก่อนไก นานเนิ่นนาน ถึงวันมามีอันเป็นไป มีเข้ามาเปลี่ยนใจ มีเข้มาเปลี่ยนแปลง ถูกแทรกซึม ที่มาแทง แทรกแซง ย่ำยี ชีโน-วีโล ชี-โนวิโล ชิ-โน-วี-โล ชี-โน-วีโล! หาย-ยา-นา-นำ! ลุกล้ำครอบครองไกล ลุกล้ำกุมกำชัย หวังเก็บไว้ในกำมือ สิ่งสองเคยสัมพันธ์สาย ต้องมามีอันกลับกลาย เป็นไปแปรปรวนเกิดก่อ ต่อจากนี้ชีวีจะถูกบิดเบือน ถูกแบ่งแยกฉีกกระชาก พาพลัดพรากจากวิถี ที่เคยมีมาก่อนกาล หาย-ยา-นา นำชีวา
มิอาจเพียงชะลอ
วิญญา ธรรมมา เคียงคู่เคียงกัน คืนวันอันตรายย่างสู่ชีวีย่ากราย โนโล โนโล โนโล โนโล กรายใกล้กราย กรายใกล้กราย โนโล รอมิอาจเพียงชะลอ วิงวอนมิอาจหยุดความวางวาย คืนวันอันตราย รุนแรงจนน่าใจหาย มันล้อมกายทุกทิศทาง มาถึงคืนห้ำหั่น มาถึงวันวันเชือดเฉือนวันสั่นสะเทือนชีวีวันโนโลยีครอบครองเมืองมาถึงวันห่ำหั่นมาถึงวันเชือดเฉือน วันสั่นสะเทือนชีวา วันโนโลยีครอบครองวิญญา
สัญญาณเตือน
สัญญาณการกำชัย วิวัฒนาการพาสู่ความยิ่งใหญ่ ยืนตระหง่าน ตะการตา แสงสี โชติทั่วฟ้า ปลดปล่อยลีลาให้โลดแล่น ทายท้าธรรมา ครองวิญญา ครองความเป็นไป ชนะชัย ชนะใจ เหล่าหมู่มวลก้าวล้ำนำกาล นำชีวาที่ได้มาชั่วข้ามคืน มันหยิบยื่น ยัดเยียด เบียดบังคิดบงการนานเนิ่นกาลมีมาถูกกล่าวหาว่าไร้ค่าไม่ทันการ วันใดชัยฉลองกระหึ่มก้องกับการมาค่าคุณใหม่ วันใดประตูชัย แอบจำลอง มองคราใดดังสมจริง มวลหมู่สิ่งต่างลุ่มหลง หลั่งไหลอยู่แห่งใหน แดนดินใด ต่างเห็นดี ทอดทิ้งวิถี แยกร่างแยกทิศทาง ทำลายล้างจิตวิญญาณ คืนค่ำกับคืนฉลองชัยทั่วกัน สันต์สุขทุกดวงใจ วัตถุธาตุยอดนิยมสมดังเป็นผู้ยิ่งใหญ่ ธรรมมาเชื่องช้าไป ไม่สมใจกับยุคใหม่ใครๆต่างลือ แต่แล้ว และแล้ว และแล้ว มันเริ่มลัดเลาะทันทีทันใด ฟ้าโน้น ฟ้านี้มีบางสิ่งเริ่มเคลื่อนไหว คือสิ่งใด เริ่มกระซิบที่ดวงใจ ใครนำพาเริ่มกระซิบที่ดวงใจ ใครนำมา
สัญญาณเยือน
คลุมฟ้าแล้ว เคลื่อนกายมา กำลังมา กำลังพาชีวา มุ่งสู่ทางวาง เว-ท-นา สุดขอบฟ้าที่แสงสนทยาเยือนเสมือนย่ำลาย ค่ำนี้คือค่ำสุดท้ายหรือมัน คือคืนแห่งการล่มสลายใครทำร้าย ใครทำลาย แว่วเสียงเคียดแค้นชิงชังคำรามร้อง ก้องอยู่กู่ร้องก้องมา จากห้วงวิญญา กาลเวลา ร้อยเรียงเคียงความเป็นไป ดวงใจธรรมมา เปล่งสำเนียงเคียงความเป็นจริงในความเป็นจริง ไม่เคยเป็นใจ กฎเกณท์แห่งความเป็นไป ไม่มีสิ่งใดลบล้าง ในความเป็นจริง ไม่เคยเป็นใจ ในควมเป็นไป ไม่มีสิ่งใดหยุด ความเป็นจริง สู่คืนค่ำคล้อยที่เคลื่อนมาเยือนเสมือนย้ำคล้ายค่ำนี้คล้าย คืนสุดท้าย ก่อนอำลา ก่อนหาย-ยา-นา-นำ-ชีวา สุดขอบฟ้าที่สนทยาเยือน ท่ามกลางความเศร้าหมอง โศกหม่น สุดเหงา แดนยอมจำนน ธรรมาสงบนิ่ง แต่ยังมีบางสิ่งซ้อนกายเพื่อรอวัน เพียงคืนพรุ่ง เพียงอรุณ รุ่งเท่านี้น จะเป็นวันแห่งการ พาน-พบ-พ่าย ของบางสิ่ง แล้วความจรงเริ่มทักทาย
มาถึงวันตอบโต้
อรุณรุ่งเริ่มเปิดฟ้ามาถึงแล้วรุ่งสางเพียงสางแต่ไม่ใสดังใครใครคิดวาดหวัง มา มา มา มา มา พร้อมกับวิวัฒนา มาถึงแล้วความสิ้นสุดความสิ้นหวังความชิงชัง เริ่มอาบฟ้าอาบวิญญา อรุ่นรุ่งเริ่มเปิดฟ้ามาถึงแล้วรุ่งสางเพียงสาดแต่ไม่ใสดังที่ใครคิดวาดหวัง มา มา มา มา มา พร้อมกับวิวัฒนามาถึงแล้ว ควาจริงเริ่มก่อร่างครอบทั่วทิศ คลุมทุกทาง คลุมทุกทาง แรมร้าง คลุมทุกทางไร้ฝันโปยจากฟ้าแล้วปฐพีนองเจิ่งพอง เจิ่งนองน้ำตาไหลหลั่งอาบฟ้า อาบวิญญา หนาวสั่น(ความจริงเริ่มก่อร่าง)คลุมทุกทาง อ้างว้างคลุมทุกทาง หม่นฟ้าหมอง ชั้นบรรยา บาดแผลรั่วผุพอง รังสีส่องสาดซัดสังหารวินาที นี้มีเพียงวายปราณรายนามรายเรียง สาดซัดโปรยปรายไม่ขาดสาย เริ่มทายทวี วิทยาการก้าว ร้าวฉานเริ่ม รุนแรงมา มาเป็นขบวนย่งกว่าห่าฝน ยิ่งกว่ามนต์ดำใด กาลรั้งนี้สุดแก้ไข ชีวิตใครรักษากัน หมึน ทึม อึมครึม กรูกันมา เริ่มต้นฆ่าปลิดชีวา ที่ละดับที่ละดวงวิญญา โอดโอยเริ่มสำแดงแฝงเข้ามาวิทยาสุดตามทันรายนาบรายเรียงกรูเข้ามากรูเข้ามากรูเข้ามา ปัญหานิเวศวิทยา ประชากรล้นโลกา มากรู เข้ามาการเข้นฆ่าเริ่มยืดเยื้อ เชื้อตัวใหม่เริ่มกินตับไต วิทยาการไกล หนีหน้าไปที่ใด เจ้าพระยาผู้มากับวันใหม่คำรามร้องในความยิ่งใหญ่ซ่อนตัวในเม็ดเลือดแดง
ปรากฎการณ์-ปรากฎกาย
ทางรอดสุดท้ายให้หยุดยั้ง การทำลายล้าง ปลดปล่อยฟ้าให้เป็นไปตามใจฟ้า ปลดปล่อยเมฆาได้ล่องลอยอย่างเสรี หลังสิ้นแสงเริ่มสิ้นแรงหลังค่ำนี้สุรีย์แสง ลาลับลง อรุณรุ่งสัญญาณเริ่มสลายล่มเยือนทั่วหล้าธาราจะเหลือเพียงรอยธาน ปรากฎการณ์-ปรากฎกาย ดินน้ำลมไฟ เป็นกลไกเป็นชีวี ดินน้ำลมไฟปล่อยเป็นไป ให้ทุกอย่างเป็นไปตาม ให้นิยามนี้ได้ย้อนเยือน มาดังเดิม คิดเปลี่ยนผัน เปลี่ยนวันค่ำ คืนสุดท้าย กรายใกล้กราย ใกล้กราย ใกล้ค่ำ ย่ำมาเยือน ร้าวแล้วเริ่มแล้วเริ่มร้าวแล้ว ร้าวแล้ว ร้าวแล้ว ร้าวแล้ว เริ่มร้าวแล้ว ทุกชีวี ถูกบิดเบือน ฝั่นเฟือนแล้วทุกชีวี ค่ำคืนนี้ ใจเพ้อพร่ำ ฤาเป็น ฤาคืนสุดท้าย สับสนยังไม่สาย หากหยุดยั่งการทำลาย ก่อนไร้สิ้น ซึ่งความหมายอันทรงค่า ก่อนไร้สิ้นน้ำจากฟ้า ก่อนจะมีไหลจากตามาทดแทน หยุดการทำลายล้าง ปลดปล่อย ปลดปล่อย ปลดปล่อยไป ปลดปล่อยฟ้าให้เป็นไปตามใจฟ้า( ปลดปล่อย ปลดปล่อยไป ) ปลดปล่อยให้เมฆา ได้ไหลล่องอย่างเสรี( ปลดปล่อย ปลดปล่อยไป ) ปล่อยให้น้ำได้ไหลล่องไปแบบน้ำ ให้ทุกอย่างได้เป็นไปตาม ให้นิยามนี้ได้ย้อนเยือนมาดังเดิม
มันเริ่มมา
ฆ่า ฆ่า ฆ่า เข่นฆ่า เข่นฆ่า ช่วงชิง ทำลายล้าง สร้างความวิบัติ วิปริต จิตป่วน วิญญาป่วย มหาวิบัติสาดซัด กระชากร่างแหลกเป็นซีกเสี้ยว ไร้สิ้นซึ่งเคยมีเผื่อแผ่ เมตตา อาทรอันเย็นร่ม ที่เคยห่มใจ.โฮ พระผู้เป็นจริงเรื่องราวของความเป็นจริง เลวทราม ชั่วร้าย เต็มล้นบนโลกนี้แล้ว โลกของเรา บ้านของเรา เริ่มบิดเบือน เคลื่อนตัว รุนแรง รุนแรง รุนแรง รุนแรง ถูกทำลาย ทำลาย ทำลาย ทำลาย ทำลาย ด้วยน้ำมือ น้ำมือ น้ำมือ น้ำมือ น้ำมือมาร แฝงกาย แฝงกาย แฝงกาย แฝงกายแฝง จำแลงร่างทรง ลงตรงจุดหมาย นำพา นำพา ความตาย หายานา มหาวิบัติ มาจุติเกิด ไร้ร่าง ไร้ตัวตน สิงสถิตอยู่ในใจคน สำแดงตนในยามวิกาล ซาตาน ซาตาน ทะมึนทึม อึมครึม ค่อยค่อยเลื่อนเคลื่อนกลายมา ผ่านรุ้งฟ้า สู่เริ่มรุ่งที่หมายมุ่งเป็นชีวี ทะมึนทึม อึมครึม เวทนา กาลล่วงมาเวลานี้ เต็มล้น ล้นแล้ว เต็มล้น ล้นแล้ว เลวทราม เต็มล้น ล้นแล้ว เต็มล้น ล้นแล้ว ชั่วร้าย เลวทราม ชั่วร้าย เต็มล้น บนโลก นี้แล้ว โลกของเรา บ้านของเรา โลกของเรา บ้านของพวกเรา
ไม่เช่นนั้น
วอนวาน ร่วมต้านการทำลาย หากเป็นเช่นนั้น คงมิอาจคิดฝัน จะมีคืนวันอันรื่นรมย์ หากเป็นเช่นนี้ ชีวีมิอาจ ทนทานกับการเป็นไปได้อีกต่อไป หาไม่เช่นนั้น เผ่าพันธ์จะต้องรับกับวันแห่ง หา-ยา-นา เป็นอย่างไร? เกิดอะไร? กับวันใหม่ฟ้าหม่น ต่างคนรู้ดี ร่วมรักษ์พิทักษ์ ร่วมกันปลูกจิตสำนึก ให้ฟื้นคืนกลับมา วอนวาน ร่วมต้านการทำลาย วอนวาน ร่วมต้าน วัน-วาง-วาย (วอนวานร่วมต้านการทำลาย วอนวานร่วมต้าน วัน-วาง-วาย) ระลึกย้อนกันอีกครา กับคนวันที่ผ่านมา ตั้งสติกันอีกครา ทวนทางที่ผ่านมา ชีวา-ธรรมมา มิอาจแยกจากกัน วอนวาน ร่วมต้านการทำลาย วอนวาน ร่วมต้าน วัน-วาง-วาย หาไม่เช่นนั้น ในไม่ช้านี้
เรืองรุ่ง
ไม่มีทางเดิน ไม่มีทางไป ผู้คนมากมายหลั่งไหลกันเข้าไป ไม่มีที่จะกิน ไม่มีที่จะนอน ต่างคนเรร่อน เพื่อจุดหมายในใจ มีถนนไม่มีทางไป มีถนนไม่มีทางเดิน ผู้คนมากมายหลากหลายมากเกิน พ พ พัฒนาใต้ดินบนฟ้า ใครจะไปใครจะมาต้องแลกกันด้วยเงิน สัญจรไปมาช้าลงทุกวัน สังคมเป็นไปเลวร้ายทุกวัน ผู้คนเรียกมันว่า ความเจริญ ความเจริญ ความเจริญ ความเจริญ หลั่งไหลกันเข้าไป หลงไหลกันเข้ามา หลั่งไหลกันเข้าไป หลงไหลกันเข้ามา มาเสพความเจริญ ความเจริญ ไม่มีความจริงจัง ไม่มีความจริงใจ ผ่านมาผ่านไป ไม่มีความจริงจัง ไม่มีความจริงใจ ไม่มีความจริงจัง ไม่มีความจริงใจ ไม่มีความจริงจัง ไม่มีความจริงใจ ผ่านมาผ่านไป หลงไหลกันเข้ามา หลั่งไหลกันเข้าไป หลั่งไหลกันเข้าไป มาเสพความเจริญ
สองฟากฝั่ง
เผชิญโชคพาดวงชะตา สู่มหาวิบาค เผชิญโชคอยู่ ท่ามกลางทางสองฟาก วันเวลา วินาที ชีวีบนทาง ความวางล้อมกาย ล่มจมล่มสลาย จะย่างกราย หลังสนทยา เผชิญโชคพาดวงชะตา สู่มหาวิบาก เผชิญโชคอยู่ท่ามกลางทางสองฟาก วัน เวลา วินาที จากวันนี้ ชีวีบนทาง สุขเวิ้งว้าง วิถีทางทิศใหม่ จะควบคุมความเป็นไป จะครอบครองคืนวันวัย สนทยาสิ้นสุดวัน เงานิรันดร์ เผยกายให้เห็นเท่าเทียมกัน คืนวัน วางวาย อันตราย ซ่อนกาย รอทาง รุ่งสาง ฝั่งสองฝากสอง สองฟากฝั่งเริ่มเหนี่ยวรั้ง รัดตรึงดวงใจ ไก-กล จะกัดกินชีวา ธรรมมา ดับสลาย ย่างกรายใกล้เข้ามา พา ยุ พา หมู่เหล่าดวงวิญญา ค่อยๆเคลื่อน เลือน ล้ม สู่เว-ท-นา สู่มหาวิบากกรรม
ชดใช้กรรม
นาน นานแสนนานคืนวันผ่านมา ความโหดร้ายไร้ปราณี ไม่เคยมีในความเป็นคน แม้นฉันจนก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลง จน ความเจริญเข้ามา เปลี่ยนไป ครอบงำใจ ทำได้ทุกทาง ฆาตกร มีกันทั่วเมือง ยุครุ่งเรื่องของความเป็นคน คน ทำลาย ทำ ร้าย ชี วี ไร ความ ปรานี อเวจี 50 ตน โอ เสียงหิวโหยจากแดนไกล พวกมันมากับความโหดร้าย ไม่สนใจในความเป็นไป ต้องการดูตอบเฉือนเป็นๆ โอ๊ย เสียงโหยหวนดังมาแต่ไกล กลิ่นความตายล่องลอยเวียนวน มันสุดทน คนตัดอุ้งตีน น้ำ ตามันยังไหลริน เสียงมัน ร่ำร้องขอความเห็นใจ จากภายในเหมือนคนที่กำลังจะถูกฆ่าตาย ไม่ต่างกัน ยัง ยังทำมัน ไม่เว้นวัน คนทำมันควรตายด้วยกัน โอย เสียง โหยหวน ยังดังไม่หาย เสียง "ทำไม" ยังก้องกังวาล คน จัดการ เงียบเหงาสิ้นดี รอวันที่สูญเสียมาเยือน ใคร คน บงการ จับมันเข้ากรง คนจ้างทำไปรับโทษทันฑ์ ตาต่อตา ฟันต่อฟัน วันที่ต้องชดใช้กรรม
เพียงเริ่มทาง
ไม่ต้องเศร้าหม่น เศร้าหมอง กับวิถีชีวีบนครรลอง กี่พ่าย ที่แพ้ เพียงแค่เริ่มไม่พอเพียง ครั้งเล่าที่เคยล้ม เพียงเรียนรู้ เพื่อเริ่มทาง สว่างแสงทวีร้อน หาได้ลับ หาได้ดับ เพียงเมฆบัง ค่อย ค่อยเก็บความหวัง ค่อยเรียงร้อย คอยสอดรับกับความฝัน พลังแห่งคืนวัน จะเติมสีให้ชีวีวันเข้ม อีกครา วันค่ำ คืนคล้อยค่อยลับหาย พ่ายแล้ว ลับแล้ว คอยค่อยกลับกลาย ท้อแท้เพียงแค่ทักทายค่อยกลับกลายเป็นทายท้า วันที่ท้อแท้เพียงแค่ภาพลวงแล้วเลือนหาย วันที่ท้อแท้เพียงแค่ทักทายค่อยกลับกลายเป็นทายท้า ผ่านเมฆบังสว่างแสง เริ่มแสงจ้าสว่างพร้อมเผชิญผจญไป เดินเคียงความมั่นใจไปเราไปพร้อมกัน พร้อมกับวัน ตร้อมรับกับวิถีกับชีวีวันอันเหน็บหนาว ไปจงเดินไปให้สุดขอบเขตของเรื่องราวคืนแห่งวัน ไปเดินไป ให้ถึงที่พร่ำฝันสุดทาง ถึงวัน สว่างแสงแรงรอเรา
คืนค่ำวัน
ค่ำลงอีกวัน สิ้นลงอีกวัน ชีวีได้ผันเปลี่ยน เวียนไปอีกครา และวันเวลาเริ่มเลื่อนเคลื่อนที่เคลื่อนคล้อยคล้าย กระซิบบอก ส่งสำเนียงเพียงเสียงเรียกชีวา เมื่อสุริยาได้ทอแสงแรงอ่อนลง เมื่อวันคืนได้หมดลง จบลง ลาลับลงตรงขอบฟ้า และชีวาลับลงตรงกาลเวลา นานไม่นาน ทุกดวงวิญญาณจำพานพบสู่ดินแดน ดำเนินเดินทางไร้วันจบสู่ภพใหม่ นานไม่นาน ใกล้เข้ามา ไกลใกล้เข้ามาใกล้เข้ามา วันคน วันใคร ไกลใกล้เข้ามาแล้วสาธุชน คนจัญไร ไม่ละเว้น(สายลมโชยพัดมา พากายกาลเวลาเลยลับลาโอสังขารา) วันคนวันใคร ไกลใกล้ เข้ามา ชีวีสิ้นวัน สิ้นเวลาดวงวิญญา หวนคืนสู่วิมานเมฆาลอยลาลับขอบฟ้า เรื่องราวลึกล้ำให้ยังคงย้ำได้ย้อนเยือน ชั่วดีมีจน ไม่ว่าคน คุณเป็นใคร สาธุชน คนจัญไร กระทำกรรมการใด ใครกระทำ เป็นทางนำสู่สรวงสวรรค์ ทิพย์วิมานเมฆาหรือลอยลับฟ้าสู่อเวจี
วันใหม่-วันหม่น
ความร่มเย็น เปลี่ยนเป็นร้อนร้าว ความร่มเย็นเปลี่ยนเป็นร้อนร้าว ไร้แล้วไร้น้ำจากฟ้า ไหลจากดวงตามาทดแทนไร้แล้วไร้น้ำจากฟ้า ไหลจากดวงตามาทดแทน สะเทือน เฟือนฟั่น สั่นสะท้าน มิอาจต้านพิบัติภัย เมื่อไกกลเกาะกุมดวงใจ ครองครอบไว้ในกำมือแล้วสายอมเริ่มพัดปลิวพริ้วไสวไบไม้พลันร่วงหล่น ใจคนเริ่มโหยหา ไร้ใดเยี่ยวยา เมื่อไกกลกระชากวิญญาณ คืนวันร่มเย็นเปลี่ยนเป็นร้อนร้าว มันก็เป็นไป มันก็เป็นจริง แล้วมันก็เป็นไป มันก็เป็นจริง แล้งแล้วร้าวแล้ว น้ำแล้งดินร้าว ไร้แล้วไร้น้ำจากฟ้า ไยร่มเย็นเปลี่ยนเป็นร้อนร้าว ไร้แล้วน้ำจากฟ้า หลั่งไหลจากดวงตามาทดแทน มันก็เป็นไป มันก็เป็นจริงแล้วมันก็เป็นไป มันก็เป็นจริง ลาลา สายฝนที่เคยพร่ำเคยนำพา ทุกชีวา ทั่วหล้าเคยเย็นร่ม น้ำน้ำน้ำน้ำน้ำ นิยามยิ่งใหญ่ โอ สายน้ำสายชีวาเคยไหลริน บัดนี้ทอด ทิ้งถิ่นห่างหาย สิ้นคืนวันฝันสลาย วางวาย หลุดครอบวิญญา โอ น้ำน้ำน้ำน้ำน้ำ ถูกทำลาย สายน้ำเหือดหายชีวาวางวายมลายสิ้น โอ เลวร้ายย่างกรายเลวร้ายย่างกราย เลวร้ายย่างกราย เลวร้ายย่างกราย เลวร้ายย่างกราย เลวร้ายย่างกรายเข้ามาประชิดชีวา เลวร้ายย่างกรายเข้ามาประชิดชีวา พาดผ่านคลุมฟ้า ล้อมไว้แล้วทุกดวงวิญญา เงาหา-ยา-นา กระจายฟุ้งคลุมฟ้า เริ่มรุ่ง เริมชีวา เริ่มรุ่ง เริ่มชีวา เริ่มรุ่งเริ่มชีวา เริ่มรุ่งเริ่มชีวา พร้อมหา-ยา-นา เริ่มรุ่งเริ่มชีวา พร้อมหา-ยา-นา
ต่างคน
เสียงมันดังกัลวาล มันสั่นสะท้านไปทั่วเมืองท่ามกลางความรุ่งเรืองเรื่องราว เลวร้าย มันมากร้อนแรง เหลือทน ผู้คนร้อนรน สับสน คนหลอกคนจนแสบทรวง มันปนเป มันปนเป ดีเลวมันปนเป ซ่อนความจนอวดมั่งมี สร้างความดี อวดหน้าตา วาดลวดลาย อวดลีลา วาดหน้าตาอวดความงาม สัพเพ สังขารา อนิจจา อัตตาหิ อัตโน นาโถ อัตตาหิ อัตโน นาโถ เดินไปตามเส้นทางมีแต่หลุมพราง ต่างคนต่างกัน ใจมันคนละดวง แดงดำต่ำช้าดีเลว ดีเลว เลวดีดี เลวเลว ดีมันปนเปดี เลวมันปนเป มันปนเป ดีเลวมันปนเป ต่างคนก็ต่างกัน ต่างกันไป ต่างกันก็ต่างกัน ต่างจิตใจ ต่างกันไป ต่างคนก็ต่างกัน ต่างจิตใจ ต่างคนก็ต่างกัน ต่างกันไป ต่างจิตใจ ต่างกันไป ต่างจิตใจ
ทำไม
ครั้งหนึ่งกับชีวิต เราเคยมีความฝันร่วมทางเพื่อนเอยเราสองต้องมาจากกัน ความสัมพันธุ์ไม่มีวันสลาย ปิดฉากชีวิตลงตรงที่หมาย ของผู้กระหาย สงคราม ตาหลับลงตรงหลุมฝังกาย ผืนดินกลบหน้าร่างแตกสลาย กลับกลายสู่ดินแดนเดิม โอ้ฟ้าคำรามเหยียดหยามความโสมม ที่ทับถมจมอยู่ในใจคน สงครามถามหาความตาย ดับดิ้นสลาย สังเวยโลกันต์ เสียงคำตายมันแผ่กระจายเร็วพลัน เลือดโลกันต์ มันแผ่กระจาย ฆ่า ฆ่า ฆ่า ัมน เลือดโลกันต์มันแผ่กระจายวอดวาย วอดวาย มันคือ วันแห่งตาย วอดวาย วอดวาย มันคือวันแห่งความตาย ซาก วิญญา น้ำตาหลั่งนอง ปันโย ตนาโฮ โอ้ พี่น้องข้าอยู่หนใดโอ้ใจข้าหลุดลอย เมื่อเด็กน้อย คอขาดกระเด็น
ไกลบ้าน
ดวงตะวันถึงกาลจากลา เดือนนกกาถึงเวลาค่ำลง ส่งเสียงร้องถึงกันขับขาน เป็นสัญญาณเตือนวัน ใกล้จบลง เหมือนดังทุกอย่างเริ่มโรยรา บนฟากฟ้าเต็มไปด้วยผืนเมฆา ความสับสนมืดมน ย่างเข้ามา ค่ำคืนนี้ไร้แสงดวงดาว ค่ำคืนนี้ไร้แสงจันทรา อุราเข้าตรมนอนชมกับ สายลมอันเหน็บหนาว อยากจะบินบินไปให้สุดไกล จะพาใจลอยไปนภา พบพาฝืนอันยิ่งใหญ่ ฝันเคยแสนไกลเคยใฝ่หา เรียกความฝันที่หลับไหลให้กลับมา เก็บความหวังคืนวันเคยผ่านมา บินข้ามกาลเวลา ฝ่าฟันไปตามที่ใจต้องการ บินข้ามกาลเวลา ฝ่าฝืนไปตามที่ใจต้องกาล
ผ่านวัน
เหน็ดเหนื่อยเพียงใหนใจคนยังทนอยู่ บนผืนดินฟ้ากว้าง สร้างวันสร้างฝันร่วมกันฟันฝ่า ฝันไม่เคยโรยราจากใจคน และแล้ววันคืนเริ่มจากฟ้า และแล้วเวลาจากจรใจคนทอดถอนถึงวัน เส้นทางสร้างฝันมันดูแสนสั่น ชีวิตคนร้อยพันสัยสน ดิ้นรนตามกระแส ท่ามกลางความสาย ธานความผันแปร ไม่มีแพ้พ่าย โอ ไม่มีคนไม่มีใคร หยุดยั้งยังคงก้าวไป ไกลสุดเพียงใหน วันทุกข์ทนปานใดไม่หวั่น
เพียงหนึ่งเดียว
ร้อนรนสับสนบนหนทาง เจอแต่ความบอบช้ำที่ตอกย้ำอยู่กลางใจเรา ล้มลงครั้งใด ใจมันหลุดลอยไกล อ้างว้างเคว้งคว้าง ดั่งอยู่กลางเวหา อีกสักครั้งหากใจฉันยังคงอยู่ คงได้รู้เส้นทางที่แท้จริง ชีวิตจริงไม่เป็นดั้งฝัน ตื่นพลัน ทุกสิ่งก็จางหาย บนเส้นทางที่ จริงแท้ ไม่มีความพ่ายแพ้ใจตน วันเวลาปีเดือน คอยย้ำเตือนตัวเราเอง ไปตามทางสร้าง ใจให้ยืนยง มีเพียงหนึ่งเดียวคือตัวเราเท่านั้นเองที่จะบรรเลง เพลงชีวิต ให้ไหลไปดั่งสาย ธาน ไหลไป ไหลล่องไป ไม่หวนคืน ไหลไป ไหลไป ไหลไป ไหลล่วงไป ไม่หวนคืน
โลกันต์-โลกา
จะมีคนกี่คน สนใจในเรื่องราว เนิ่นนานผ่านพ้นพันปี โลกาลูกนี้มันมาจากใหน ลอยเคว้งคว้างกลางเวหา โลกันต์โลกาเจ้ามาจากใหน ทุกชีวิตพึ่งพาตามดวงชะตา ไม่อาจรู้เวลา สุดแต่โลกาจะพาไปใหน โลกา โลกาโลกา โลกา เดินไปตามเส้นทางของ เราจะเป็นอย่างไร ไม่มีใคร จะหยั่งรู้วันเวลาทุกนาที ไม่รีรอ หลงทาง โอ ต้องร่วงหล่น
ลีลาลวง
ดินแดนใดสดใสสวยงาม ดินแดนใดสดใสเริงร่า ผ่านมาหาไม่มี ผ่านมาหาไม่เจอ ลีลาลวง ลีลา ลีลา ลีลาบวง ไม่เคยมีเลยสักคราเลยผ่านมาในดวงใจเคยใฝ่ฝันหา วันเวลาผ่านมา ลบเลือนเลือนลาง ดูร้างลา ต่อแต่นี้หนทางข้างหน้าไม่มีเวลา ไม่มีน้ำตา จะเศร้าตรม ดินแดนใดมีน้ำใจ ดินแดนใดมีความหวังฉันมีพลังให้เสมอ นับต่อไปนี้ไม่มีโรยรา จะสร้างความฝันขึ้นจากใจฉันเพื่อวันใหม่ จะเอาความจริง เป็นสิ่งนำทางอันกว้างไกล จะขุดพลังจากใจ เพื่อวันใหม่ ให้สมหมายดังใจปอง
...............................
  THANK  :  DONPHEEBINLINK.COM  :   ภูสันตะวันลับฟ้า   :  thro>mywindow  :  Underground E-magazine  :  GuitarThai